แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดอุบัติเหตุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดอุบัติเหตุ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เครือข่ายงดเหล้าตั้งเป้าลดปัจจัยเสี่ยงขยายผลต้นแบบสู่ระดับอำเภอ


เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 55 ที่ห้องประชุมแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี คณะทำงานประชาคมงดเหล้าและภาคีเครือข่าย ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางการทำงานรณรงค์สร้างพลังสังคมให้เกิดกระแสและการแก้ปัญหาเรื่องเหล้าบุหรี่อุบัติเหตุ รวมถึงอบายมุขอย่างเป็นรูปธรรมเน้นสร้างต้นแบบความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาทั้งต้นเหตุและปลายเหตุในระดับอำเภออย่างเข้มข้น

นายวิทยา  บุญฉวี ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในระดับพื้นที่มีทุนเดิมที่เป็นชุมชนปลอดเหล้า เช่น บ้านโนนมะเขือ ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น ปัจจุบันสามารถขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆ อีกมาก เรามีตำบลที่ประกาศวาระงานบุญประเพณี งานศพปลอดเหล้า ที่ตำบลปทุม อ.เมือง และอีกหลายๆ พื้นที่ แม้แต่ในระดับเทศบาลเมือง ที่วารินชำราบ ก็มีการประชาคมสร้างกระบวนการขับเคลื่อนวาระงานศพปลอดเหล้าเต็มพื้นที่ทุกชุมชน และจากการที่ตนและคณะเครือข่ายองค์กรงดเหล้าได้เข้าพบนายชวน  ศิรินันท์พร อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทางคณะเครือข่ายงดเหล้ามีข้อเสนอให้กรมการปกครองได้ช่วยขยายผลไปในทุกอำเภอทั้งประเทศ รวมถึงการปฏิบัติตามและการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมได้มีข้อเสนอที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาต้นแบบคนเลิกเหล้าในหน่วยงานองค์กรต่างๆ การพัฒนาหลักสูตรเรียนรู้สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองในการลดละเลิกเหล้าและอบายมุข การเปิดให้คนที่ไม่เคยดื่มที่มีจำนวนมากกว่าคนดื่มได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงพลัง และฝากถึงการทำสื่อของเครือข่ายงดเหล้า สสส. ว่าลองคิดสื่อสำหรับคนไม่ดื่มเพราะว่าสื่อคำว่างดเหล้าบางทีคนไม่ดื่มมาตลอดไม่กล้าใช้เนื่องจากไม่ได้ดื่มจึงไม่ได้งดหรือเลิก และที่ประชุมยังเห็นร่วมกันว่าการพัฒนากลุ่มเด็กเยาวชนให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์เช่นงานแข่งเรือปลอดเหล้าที่ อ.พิบูลมังสาหาร ช่วยสร้างแรงจูงใจและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนเป็นอย่างดี

ช่วงบ่ายวันเดียวกันองค์การพระผู้นำนักพัฒนาแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ได้ประชุมคณะกรรมการเพื่อกำหนดจัดงานวันยอดกตัญญู (วันลอยกระทง) ขึ้นที่วัดทุ่งศรีเมือง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวา ผู้เป็นต้นแบบแห่งคุณธรรมสำคัญคือความกตัญญู ที่ได้โปรดมารดาจนบรรลุโสดาบัน ส่วนพระสารีบุตรนั้นได้ละสังขารเข้าสู่นิพพานในวันเพ็ญเดือนสิบสอง จึงเป็นโอกาสดีที่ควรส่งเสริมให้สังคมได้รับรู้และรำลึกถึงคุณธรรมความดีที่พุทธอัครสาวกได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นยอดกตัญญู เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ในที่ประชุมยังได้พิจารณาคัดเลือกนายวิโรฒ  มีแก้ว อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่ขับเคลื่อนพลังสังคมแทน ผศ.คำผล  กองแก้ว ต้นแบบบุคคลผู้อุทิศตนเพื่อสังคมตามอุดมการณ์แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองจนจากโลกนี้ไป

รายงานโดย ศูนย์ข่าวปลอดเหล้า รายการสื่อสารบ้านเฮา SocilTV Ubon Ratchathani 


วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ชุมชนปลอดเหล้า ชาวอุบลฯ ทำได้

คนเมืองดอกบัวชี้ เหล้า เบียร์ คือแหล่งก่ออาชญากรรม ทำร้ายครอบครัว ทำเศรษฐกิจย่ำแย่ ร่วมจับมืองานบุญ งานบวช งานศพ แข่งเรือ เล่นน้ำปลอดเหล้าเด็ดขาด
ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี เพื่อโครงการสะพานจากการสนับสนุนของ USAID จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์รณรงค์ “ชุมชนปลอดเหล้าเราทำได้” เพื่อขยายเขตปลอดสุราและรณรงค์ลดการดื่มเหล้าในเทศกาลสงกรานต์ปี 2555 โดยมีพระครูสุภกิจมงคล เจ้าคณะตำบลกาบิน อ.กุดข้าวปุ้น นายศุกวสันต์ วงศ์ธนู ผู้จัดการศูนย์วัตกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน จ.อุบลราชธานี นายสนองจิต จินดาชาติ กำนันตำบลปทุม อ.เมืองอุบลราชธานี นายราชันย์ รักผลดี ตัวแทนผู้จัดแข่งเรือปลอดเหล้าเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร และนางลักษณวรรณ ใยคำ อสม.ชุมชนปลอดเหล้าเทศบาลเมืองวารินชำราบ มีนายสุชัย เจริญมุขยนันท เป็นผู้ดำเนินรายการสนทนา
โดยพระครูสุภกิจมงคลเล่าว่า เมื่อปี 2546เห็นชาวบ้านที่วัดตั้งอยู่ยากจนลงทุกวัน เพราะเมื่อมีเงินก็ซื้อเหล้ามาดื่มกินกัน จึงเริ่มเดินขอบินฑบาตให้ชาวบ้านเลิกกินเหล้าในงานทุกชนิด ส่วนร้านที่จำหน่ายเหล้าเบียร์ก็ให้เลิกขาย ช่วงแรกยังไม่ได้รับความร่วมมือ แต่ได้พยายามโน้มน้าวจิตใจให้เห็นว่าครอบครัวใดที่เลิกซื้อเหล้าเบียร์มากิน สภาพเศรษฐกิจครอบครัวดีขึ้นเป็นลำดับ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ครอบครัวมีแต่ความสุข ถึงปัจจุบันนี้ ในตำบลกาบินมีหมู่บ้านปลอดเหล้าอย่างเด็ดขาดแล้ว 2 หมู่บ้าน โดยทั้งสองหมู่บ้านแม้มีงานบุญ งานบวช งานศพ งานแต่ง งานเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่มีการซื้อเหล้ามาเลี้ยงดูกันเด็ดขาด เพราะถือคติเป็นงานดี ไม่ควรทำให้จิตใจต้องตกต่ำไปกับการดื่มเหล้า
ด้านนายศุกวสันต์ วงศ์ธนู ผู้จัดการศูนย์วัตกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน จ.อุบลราชธานี กล่าวสมัยเป็นวัยรุ่นลองดื่มเหล้าเช่นกัน เพราะการอยากดื่มเหล้าของเยาวชนมีจุดเริ่มต้นมาจากเห็นตัวอย่างคนในครอบครัว โดยตนเองเห็นบิดาดื่มเหล้ามาก่อน จึงทดลองดื่มดูบ้าง
แต่ดื่มไปแล้วไม่ได้ประโยชน์ จึงเลิกและเข้าร่วมรณรงค์กับเยาวชนอยากสนุกสนานไม่จำเป็นต้องดื่มเหล้าก็ได้ วันหนึ่งมีโอกาสเป็นวิทยากรรณรงค์ตามชุมชนและหน่วยงานราชการใกล้บ้านร่วมกันเลิกดื่มเหล้า ซึ่งวันนั้นบิดาของตนก็ได้มาฟังการณรงค์ด้วย ต่อมาบิดาเลิกดื่ม เหล้าโดยเด็ดขาด ซึ่งท่านอาจมีเหตุผลในการเลิก แต่ไม่ใช่เพราะตนไปสอนท่านแน่นอน และปัจจุบันมีกลุ่มเยาวชนในเครือข่ายให้บริการเสริฟน้ำ ล้างจานในงานบุญ งานกุศล งานศพฟรี แต่มีเงื่อนไขงานนั้นต้องไม่มีการเลี้ยงเหล้าโดยเด็ดขาด
ด้านนายราชันย์ รักผลดี ตัวแทนสำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ซึ่งจัดแข่งเรือปลอดเหล้าบอกว่า งานประเพณีแข่งเรืออกพรรษาของเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ห้ามนำเครื่องดื่มแอกอฮอลทุกชนิดมาจำหน่าย พร้อมรณรงค์ให้ผู้มาชนการแข่งเรือสนุกด้วยการไม่ดื่มเหล้า ปรากฏในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทในงานประเพณีแข่งเรือเกิดขึ้นเลย เพราะไม่มีเหล้ามายุ่งเกี่ยวในการจัดงานประเพณี ทำให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมการแข่งเรือ มีความสนุกสนานและมั่นใจความปลอดภัย จึงถือเป็นนโยบายของสำ นักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ไม่รับการสนับสนุนจากบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอกอฮอลในการจัดงานทุกชนิดด้วย
สำหรับนายสนองจิต จินดาชาติ กำนันตำบลปทุม อ.เมืองอุบลราชธานี ที่ให้ทุกงานศพขึ้นคำขวัญ “ขออภัย ไม่มีเหล้าเบียร์ เพราะญาติเสีย จึงไม่ได้ฉลอง” จากการรณรงค์ด้วยวิธีนี้ กระแสตอบรับเห็นได้ชัดเจนและรวดเร็ว เพราะเจ้าภาพสามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายในการจัดงานได้จำนวนมาก จึงไม่มีการนำเหล้าเบียร์มาเลี้ยงในการจัดงานศพ และปัจจุบันได้ขยายตัวไปถึงการจัดงานรื่นเริงอื่นๆด้วย
“เหล้าจึงเป็นตัวก่อให้ปัญหาทั้งด้านอาชญากรรม การทะเลาะวิวาท หากทุกสังคมร่วมมือกันควบคุม จะลดความรุนแรงด้านต่างๆลงได้มาก” นายสนองจิตกล่าว
ขณะเดียวกันเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประกาศพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้ากระจายไปทั้ง 25 อำเภอ หากพบการฝ่าฝืนนำเหล้า เบียร์มาดื่มในพื้นที่ปลอดเหล้าจะถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายทันที




วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

“อุบลสร้างสุขพ้นทุกข์จากเหล้า”

อดีตการทำงานรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงด้านการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี มีการขับเคลื่อนโดยองค์กรที่หลากหลาย เช่น หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา สมาคมหมออนามัย เครือข่ายพระสงฆ์ เครือข่ายภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชนต่างๆ แต่เป็นในลักษณะต่างคนต่างทำ ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เหมือนกัน แต่ขาดการเชื่อมโยง และขาดปัจจัยที่เอื้อให้ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ส่งผลถึงภาพรวมที่แทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระดับจังหวัด
ปี 2549 เครือข่ายภาคประชาสังคมได้รับการประสานจากสมาคมหมออนามัย เพื่อเข้ามามีบทบาทร่วมในการขับเคลื่อนการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ในลักษณะประชาคมงดเหล้าเป็นเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัด ก่อให้เกิดการถักทอเครือข่ายการทำงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น เช่น องค์กรชาวบ้าน ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย และมีการจัดเวทีสาธารณะขยายวงกว้างมากขึ้น จนถึงหลังออกพรรษาหน้ากฐิน ได้เริ่มผนึกพลังร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา วัดทุ่งศรีเมือง และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขับเคลื่อนกระแสการณรงค์กฐินปลอดเหล้า จนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2550 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) มีแผนงานในการขยายประชาคมจังหวัดที่เข้มแข็งให้เพิ่มมากขึ้น และได้จัดกิจกรรม วิ่งต้านเหล้า เพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในเดือนตุลาคม 2550 ได้มีเวทีในการพบปะกันของเครือข่ายต่างๆ อย่างเป็นทางการ โดยการผลักดันของ นายชวน  ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่ย้ายมารับตำแหน่งใหม่ หลังจากนั้นกลุ่มแกนนำเครือข่ายต่างๆ ได้นัดประชุมหารือกำหนดเป้าหมายและแผนงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ จนสามารถจัดทำแผนงานร่วมกันได้ในต้นปี 2551 ทั้งนี้มีข้อเสนอร่วมกันว่าควรจะมีการประกาศแนวทางการดำเนินงานที่เป็นวาระร่วมกันของชาวอุบลราชธานี จึงเป็นที่มาของการประกาศเจตนารมณ์ อุบลสร้างสุขพ้นทุกข์จากเหล้า และมอบธงสัญลักษณ์ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 ที่วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี   ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย อกำหนดเป้าหมายและแผนงานร่วมกันอย่างสม่ำโดยการนำของ นายชวน  ศิรินันทพร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย 40 องค์กร ในช่วงนั้นภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดทำ โครงการท้องถิ่นประชารัฐร่วมใจแก้ไขปัญหาแอลกอฮอล์และอบายมุข ที่ใช้งบประมาณจากทางจังหวัดอุบลราชธานี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 5 ตำบล คือ อบต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น, อบต.หนองเมือง อ.ม่วงสามสิบ, อบต.แก่งโดม อ.สว่างวีระวงศ์, อบต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร, และ อบต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร ส่งผลให้เกิดคนต้นแบบและชุมชนต้นแบบอย่างน้อย 5 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้ได้ประกาศหมู่บ้านปลอดเหล้าถาวรเพิ่มอีก 1 แห่ง จากเดิม 4 แห่ง เป็น 5 แห่ง คือ บ้านโนนดอกแก้ว ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น โดยการชี้นำจากท่านพระครูสุภกิจมงคล เจ้าอาวาสวัดบ้านโนนมะเขือ และการผนึกพลังกันของคนในชุมชนท้องถิ่น
การขับเคลื่อนกลไกระดับจังหวัด หลังจากที่ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ได้ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 ภาคีเครือข่ายได้รวมตัวกันผลักดันให้เกิดคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดอุบลราชธานี โดยสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี มีบทบาทหลักในการประสานงานและทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการในระดับจังหวัด มีการกำหนดมาตรการใช้บังคับกฎหมาย ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน โดยได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เป็นแรงเสริมให้การทำงานรณรงค์รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และยังเป็นการสร้างการเรียนรู้จากการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาสังคม โดยมีเป้าหมายร่วมที่จะลดปัญหาและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีในลดน้อยลง และช่วยป้องกันเด็กเยาวชนจากโทษภัยดังกล่าว
การทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชน มีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีเป็นแกนประสานหลัก และได้ขยายเครือข่ายเด็กเยาวชนออกไปทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี และผลงานที่สำคัญจากพลังของเด็กเยาวชน คือการจัดงาน มหกรรมรวมพลัง อุบลสร้างสุขพ้นทุกข์จากเหล้า และ วันครบรอบการประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 มีกระบวนการเฟ้นหาตัวแทนเด็กเยาวชนที่จะสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเด็กเยาวชนในวงกว้างในนาม ทูตเยาวชนสร้างสุขพ้นทุกข์จากเหล้า
นอกจากนี้ ยังมีภาคีเครือข่ายอื่นๆ อีกมาก เช่น สามล้อเลิกเหล้า ที่มาร่วมขับเคลื่อนการจัดงาน บุญผะเหวดปลอดเหล้า กลุ่มเด็กเยาวชนจิตอาสาจากหมู่บ้านนาห้าง ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร และกลุ่มกองทัพมดแดง บ้านพงสว่าง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ ที่มาร่วมรณรงค์เชิญชวนผู้ปกครองให้ลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนของตนเอง กลุ่มเครือข่ายชมรมคนรักสุขภาพทั้งชมรมเดินวิ่ง และชมรมนักปั่นจักรยานมากมายหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มสื่อมวลชนท้องถิ่นที่มาร่วมในการสร้างกระแสและกระจายข่าวต่างๆ ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น และในอนาคตจะมีกลุ่มองค์กรเครือข่ายอื่นๆ เข้ามาเป็นภาคีเครือข่ายในนาม อุบลสร้างสุขพ้นทุกข์จากเหล้า ขยายวงกว้างออกไปอีกเรื่อยๆ